Macau trip Part 2

 
 
วันที่ 2 แล้ว เช้านี้ตื่นขึ้นมารุ่งเช้า ก็ลุ้นว่าฝนจะหยุดตกไหมหลังจากตกทั้งคืน
วันนี้เราจะเดินทางข้ามเกาะไปยังโคโลอาน ซึ่งเป็นชื่อเรียกพื้นที่บริเวณทางใต้ของเกาะ
ออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า หลังจากฝนหยุดตกและแดดเริ่มออกแทน
บรรยากาศยามเช้าแบบนี้เห็นชาวเมืองรีบเร่งไปทำงานไปเรียน ดูแล้วก็วุ่นวายไม่ต่างจากบ้านเรา
เราเลยเดินย้อนไปขึ้นรถป้ายถัดไป เพื่อชมบ้านเมืองไปพลางๆ
จะได้ถ่วงเวลาให้คนที่รีบๆใช้บริการกันไปก่อนนะ
 
 
 พอรถข้ามเกาะไปถึงส่วนที่เรียกว่า โคไท COTAI
ผู้โดยสารที่แน่นรถเมล์ก็ลงเกือบหมด มองลงไปเห็นว่าเขตโคไทเป็นเขตก่อสร้างใหม่
กำลังจะสร้าง Entertainment Complex ขนาดใหญ่ ถ้าเทียบกับบ้านเราก็คงประมาณเมืองทองธานี
บริเวณนั้นก็อยู่ใกล้กับโรงแรมและคาสิโนชื่อดัง The Venetian
ผ่านเขตเมืองมาแล้วก็มองเห็นแถวเขามาแต่ไกล
ที่หมายแรกของเราวันนี้คือ Statue of A-ma และหมู่บ้านวัฒนธรรม
ซึ่งตั้งอยู่บนเขา เราออกเดินทางด้วยรถสาย 21 บอกคนขับเราว่าเราจะไปไหว้อาม่า
เค้าก็บอกเราเมื่อถึงป้ายที่ลงใจดีจริงๆ แต่พอลงแล้วนี่จิ…
ในหนังสือท่องเที่ยวบอกว่าจะมีรถรับ-ส่งฟรีบริการนักท่องเที่ยว แต่มองไปมีแต่รถที่จอดว่างอยู่
เลยเข้าไปถามคุณลุงคนนึงที่นั่งอยู่แถวนั้น เค้าบอกว่ารถเริ่มให้บริการตอน 9 โมง
เราเลยยืนรออยู่แถวๆนั้น สักพักก็มีรถบริการขับลงมาจากเขาค่ะ
ทางขึ้นเขาเหมือนทางขึ้นดอยบ้านเราเลย..ขับไปได้ไม่นานก็มาถึงหน้าวัด
ถามคนขับได้ความว่ารถจะมีออกทุกครึ่งชั่วโมง
เราเลยเดินเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่รู้มาเช้าเกินไปหรือเปล่า ยังไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเลย
วักใหญ่โตและสวยงามมากค่ะ ลักษณะคล้ายวัดบรมฯ(เล่งเนยยี่ 2) ของเราเลย
  
 
 
โปรดอย่าพึ่งเบื่อนางแบบท่านนี้ เพราะยังมีรูปของเธออีกเยอะค่ะ
ส่วนตากล้อง ไม่ค่อยมีรูปต้องขออภัย หากคิดถึงกรุณาดูรูปเก่าๆจากทริปอื่นไปพลางๆ อิ.. อิ..
 
 
 
เดินชมวัดจนเหนื่อย (แดดเริ่มร้อน) แต่ยังไม่เห็นรูปปั้นอาม่าในหนังสือท่องเที่ยวเลย
ว่าแล้วก็ออกเดินไปตามทางขึ้นเขา เห็นความชันของทางเดินเหมือนเป็นอุปสรรค
ให้เราก้าวผ่านเพื่อจะได้ชื่นชมสิ่งที่สวยงามเบื้องหน้า ในที่สุดเราก็เดินมาถึงยอดเขา
ที่เป็นที่ตั้งของรูปปั้นอาม่า คิดว่าน้อยคนนักจะเดินขึ้นมาถึงที่นี่ (ต้องคนมีบุญเท่านั้น อิ..อิ..)
 
 
 
มาชมหน้าตาป้ายรถเมล์ของมาเก๊ากัน บอกรายละเอียดของแต่ละสายว่าไปไหนบ้าง
ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน เข้าใจง่ายดีค่ะ แต่ภาษาอังกฤษไม่มีเป็นภาษาจีน กับภาษาโปรตุเกสค่ะ
แต่ดูจากภาษาโปสตุเกสพอจะเดาได้ค่ะ ส่วนรถบริการรับ-ส่งฟรีขึ้นเขาก็หน้าตาแบบนี้ค่ะ
นักท่องเที่ยวแค่คนเดียวเค้าก็ออกค่ะ เพราะว่ารถออกเป็นเวลาค่ะ เป็นระเบียบดีจริงๆ
 
 
 
ลงจากเขาแล้วเราก็เริ่มจะหิว ใช้พลังไปกับการเดินขึ้นเขาไปเยอะ
จุดหมายต่อไปคือ หมู่บ้านโคโลอาน ค่ะ ที่นี่มีร้านทาร์ตไข่อร่อยที่สุดในมาเก๊ารอเราอยู่
หลังจากเห็นจัตุรัสนี้เราก็เตรียมตัวลงเลยค่ะ คุ้นๆไหมค่ะ เป็นฉากนึงให้ซีรีย์เกาหลี
เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชาด้วย เดินข้ามวงเวียนไปก็จะเห็น
ร้าน Lord Stow’s Bakery ร้านเบเกอรี่เก่าแก่ที่ทำขนมอร่อยๆมานาน
 
 
 
หลังจากชมร้านแล้วก็ต้องมาชิมทาร์ตไข่ที่ใครๆก็บอกว่าอร่อย
ว่าแล้วก็ซื้อมาชิม 1 กล่อง 6 ชิ้น (ราคา 40MOP) แถมบูลเบอรี่มัฟฟินหน้าตาหน้ากินมาก
อีก 1 อันราคา 8MOP แต่ขอบอกว่าไม่อร่อยเลย รู้งี้ลองเค้กช็อคโกแลตดีกว่า
ซื้อเสร็จไม่ไปไหนไกล เห็นเก้าอี้สาธารณะฝั่งตรงข้ามใต้ร่มไม้ใหญ่เป็นทำเลในการชิม
ถ่ายรูปมีร้านเป็นฉากหลังซะเลย ทาร์ตไข่อร่อยสมกับที่เลืองลือ
ตัวทาร์ตกรอบ หอมๆ ส่วนไส้ก็ไม่หวานเกินไป ไม่เลียน
(เท่าที่สังเกต ของกินที่นี่ ร่วมถึงน้ำดื่มพวก ชาเขียวจะไม่หวานเท่าที่เมืองไทยนะค่ะ)
 
 
 
 
หลังจากท้องอิ่มแล้วเราไปเดินเที่ยวกันต่อ เดินไปทางชายทะเลอีกหน่อย
เราก็มาถึง St. Fransic Xavier Chruch ซึ่งเป็นฉากแต่งงานของเจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา
จำกันได้ไหม ออกแนวตามรอยซีรีย์เกาหลีโดยไม่ได้ตั้งใจ คริ..คริ..
อาคารบ้านเรือนแถวๆนี้ก็สร้างได้น่ารักมาก แม้จะเป็นบ้านหลังเล็กๆแต่ก็มีสไตล์ของตัวเองจังค่ะ
เสาที่เห็นเป็นอนุเสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงชาวบ้านที่นี่ที่เอาชนะโจรสลัดได้
 
 
 
หลังจากอิ่มเอมกับบ้านแถบโคโลอานแล้ว ก็ถึงเวลาต้องลาจาก
เรานั่งรถต่อไปยังบริเวณที่เรียกว่าไทปา (Taipa) เป็นพื้นที่ทางทิศเหนือของเกาะ
หลังจากถามคนขับรถเมล์เรียบร้อย เราก็นั่งรถชมเมืองไปจนป้ายรถใกล้ๆกับ
Food Street หรือ ถนน Rua do Cunha
ตอนถามคนขับบอกเค้าว่าจะไป Taipa Village แต่มาลงรถที่นี่ดีกว่าอีก คริ..คริ..
ว่าแล้วเราก็เดินเที่ยวถนนสายอาหารของที่นี่ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารต่างๆ
พอดีเรายังอิ่มกับทาร์ตไข่แสนอร่อยเลยแวะซื้อของที่ระลึกแถวนี้แทน
จะว่าไปไม่ค่อยเห็นร้านขายของที่ระลึกสักเท่าไหร่ เห็นที่นี่เป็นร้านแรกเลยค่ะ
แอบได้ยินไกด์บอกลูกทัวร์ด้วยว่าถ้าจะซื้อก็รีบซื้อที่นี่ แถวๆเซนาโด้ไม่ค่อยมีของที่ระลึกขาย
 
 
กางแผนที่เดินเที่ยวบริเวณนี้มีจุดน่าสนใจคือ กำแพงมังกร และศาลาเก่า
โบสถ์แม่พระคาร์เมล (The Church of our lady of Carmel)
 
  
 
เดินต่อไปอีกนิดเราก็มาถึง Taipa House Musuem (พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทปา)
เป็นบ้านสไตล์ Macanese 5 หลัง ภายในเปิดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์
ถนนด้านหน้าได้ชื่อว่า ถนนสายโรแมนติก (แต่มาเดินตอนบ่ายแดดแรงๆอย่างนี้ไม่โรแมนติกเล้ย..)
ฝั่งตรงข้ามที่เห็นเป็นโรงแรมและคาสิโนสุดหรู  The Venetian ที่หมายต่อไปของเราค่ะ
 
 
 
This entry was posted in Macau Trip. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s