7 days in Nagoya : Day 6

 
หลังจากได้ทานอาหารเย็นช่วงค่ำๆกับครอบครัว Kato แล้ว
เช้านี้ก็ตื่นแต่เช้าด้วยความสดชื่น สมาชิกทุกคนในบ้านตื่นเช้ามาก
แอบถ่ายรูปห้องที่นอนเมื่อคืน เป็นห้องรับแขกแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ชอบที่นอนแบบนี้มากๆเลย อบอุ่นแต่ไม่อึดอัด
 
 
 
เราตื่นมาตอน 6โมง คุณโทโมมิก็เริ่มซักผ้า ส่วนคุณแม่ก็ลงมือทำอาหารเช้าแล้ว
ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย ก็ขออนุญาติออกไปเดินเล่นบริเวณแถวบ้านเค้า
เมื่อคืนแอบเห็นว่าใกล้ๆปากทางเข้าซอยมีตู้ไปรษณีย์อยู่
ตั้งใจว่าจะไปหยอดตู้ถึงเพื่อนๆสักหน่อย เช้านี้เขียนเพิ่มอีก 2ใบ
คุณแม่แนะนำว่า แถวนี้มีศาลเจ้าแล้วก็โรงเรียนให้ลองเดินไปดู
ออกจากบ้านปุ๊บก็เห็นแปลงผักสวนครัว และดอกไม้หลากสี ที่กำลังบานรับเช้าวันใหม่
น่าอิจฉาประเทศนี้จริงๆ อากาศดีดี ทำให้ปลูกอะไรก็ดูดีไปหมด
 
 
 
 
แค่ยี่สิบก้าวจากบ้านก็ถ่ายรูปไปเพียบแล้ว เดินตามทางไปเรื่อยๆเลี้ยวซ้ายบ้างขวาบ้าง
ก็มาถึงถนนใหญ่ (ใหญ่กว่าในซอย) ก็เห็นแล้วศาลเจ้าที่คุณแม่พูดถึง
เป็นแค่ศาลเจ้าเล็กๆ เลยเข้าไปเก็บภาพมุมต่างๆ
แล้วก็เห็นตู้ไปรษณีย์ เอาโปสการ์ดไปหย่อนตู้สักหน่อย
ใช้เวลาถ่ายรูปเพลินๆ
 
 
 
 
คุณแม่เดินมาตามเพราะกลัวหลง
อิ…อิ… เรามีเรดาห์ประจำตัว ความน่าจะเป็นในการหลงน้อยมาก
คุณแม่ก็เป็นเพื่อนพาไปเดินเที่ยว บอกว่าให้ลองเดินไปทางแม่น้ำดู
ผ่านวัดเล็กๆแห่งหนึ่งด้วย แอบเข้าไปสำรวจนิดหน่อย
คุณแม่บอกว่าเวลามาวัดก็ต้องทำบุญโยนเหรียญลงไปในกล่อง
แต่เช้านี้ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลยนอกจากกล้อง อิ.. อิ..
 
 
เช้านี้ทานขนมปังแบบง่ายๆ เพราะไม่มีเวลามากนัก
เราจะไปเที่ยว Shippo Art Musuemกัน เพราะว่ามีเวลาจำกัด
เราก็เลยไม่กล้าบอกว่าอยากไปไหนบ้าง ให้เค้าพาไปตามสะดวก
พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา Shippo นี้ อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก
เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ มีส่วนแสดงประวัติของ Shippo แสดงผ่าน Animation
ฉายบนจอให้ดู สนุกดี ง่ายต่อการเข้าใจด้วย แล้วก็เดินดูเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการทำ
กว่าจะทำผลงานแต่ละชิ้นได้ต้องใช้เวลาทำนานมากๆ
เริ่มจากขึ้นโครงจากโลหะ พวกทองแดง หลังจากนั้นก็ขึ้นรูปเป็นแจกัน
ส่วนของการทำลวดลายยิ่งละเอียดมากๆ
เพราะว่าเค้าเอาชิ้นส่วนของโลหะเล็กๆมาจัดวางเป็นลวดลาย
แล้วก็เอาส่วนที่เป็นเหมือนของเหลวขนๆ มาหยอดตามสีที่ได้ออกแบบไว้
พอเอาไปผ่านขั้นตอนการเผา สีก็จะปรากฏออกมา แต่ละขั้นตอนต้องใช้ความอดทนและฝีมือมากๆ ออกจากส่วนจัดแสดงเครื่องปั้นต่างๆที่ชนะการประกวดมาแล้ว
ก็เดินไปดูภาคปฏิบัติบ้าง ที่นี่ถ้าใครสนใจ สามารถสมัครเรียนได้
(น่าจะใช้เวลานานพอควร) แล้วก็มีส่วนของการสาธิตการทำให้ดูกันอย่างใกล้ชิดด้วย
 
 
 ก่อนกลับถูกบังคับให้ต้องเลือกของฝากกลับมาด้วย 1ชิ้น
โดยคุณเทซึโยชิ บอกว่าซื้อให้เป็นของฝาก เลือกอันที่ชอบ
(เห็นราคาแล้ว อยากจะปฏิเสธ มันแพงเกินไปอ่ะ) พูดไม่ถูก ใบ้รับประทานเลย
สุดท้ายก็ได้มา 1ชิ้น ขอบคุณนะค่ะ
 

ก่อนจะกลับเข้าไปรวมกลุ่มก็แวะเข้าร้านขายขนมแห่งหนึ่ง ขายขนมเยอะมาก
ขายขนมอย่างเดียวเลย ขอบอก อารมณ์ประมาณร้านขายขนมแบบส่ง แถวสำเพ็งเลย
ราคาก็น่าจะถูกด้วย เค้าก็บอกให้เลือกขนมที่อยากทานอีก
เลือกมานิดหน่อย แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าลืมเอากระเป๋าของที่เตรียมมาแจกในงานปาร์ตี้มา
เค้าเลยต้องพากลับไปเอา ขอโทษนะค่ะ ก็ไม่รู้นี่นาว่าจะพาไปไหนบ้าง
 
กลับมาถึงศูนย์อเนกประสงค์ (ขอเรียกแบบนี้ละกัน) เกือบคนสุดท้าย (ของฝ่ายหญิง)
เนื่องจากเค้านัดโฮสของผู้หญิงมาส่งก่อนเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดกิโมโน
เนื่องจากมาหลัง มีชุดเหลือให้เลือกไม่เยอะ เหลือชุดแขนสั้น 2 ชุด กับ แขนยาวสีเขียว 1ชุด จำได้ว่าแขนสั้น-ยาวมันสื่อความหมายว่า โสดหรือไม่โสดนะ อิ..อิ..
ถามได้ความจากอาจารย์แล้วก็ต้องยอมใส่สีเขียว (จริงๆเป็นคนไม่ชอบสีเขียวอย่างแรง) แต่มันก็สวยไปอีกแบบ ช่างเถอะคนมันสวยใส่อะไรก็สวย (คิดเองคนเดียว คริ.. คริ..)
แต่ถ้าคิดอีดด้าน คนไม่สวย ใส่อะไรก็ไม่สวยเหมือนเดิม ใส่ไปเถอะ… คริ..คริ..
 
 
 แบบรวมหมู่บ้าง
 
 
 
พึ่งรู้นะว่ากว่าจะสวมกิโมโนได้เนี่ยมันมีหลายชั้นมากๆ หายใจแทบไม่ออก
หลังจากแต่งตัวสวยกันหมดทุกคนแล้ว เราก็ถ่ายรูปกัน
แล้วก็ทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ชงชา จัดดอกไม้
ขอบอกว่าไม่ได้รับความรู้เลยเพราะไม่มีคนมาแปลให้ฟัง
อิอิ ไม่เป็นไรหาหนังสืออ่านเอาก็ได้ หลังจากทำกิจกรรมครบทุกอย่างแล้ว
ก็ได้เวลาเปิดปาร์ตี้เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
มีทั้งครอบครัวโฮสและสมาชิกของชมรมมาร่วมงานกัน
งานก็ง่ายๆ แค่นำขนมหลากหลายอย่าง น้ำดื่มแปลกมาทานร่วมกัน
เรียกว่าแลกเปลี่ยนกันทานจะดีกว่า เราทานข้าวปั้นของคุณโทโมมิไปแล้ว
คุณโทโมมิเตรียมข้าวปั้นกับเบนโตะมาด้วยนะเนี่ย แต่ไม่มีเวลาทาน
ในงานก็มีการแสดงจากฝ่ายญี่ปุ่นเป็นวงซามิเซ็ง และ การรำพัด
ซึ่งเค้าให้ทุกคนลองขึ้นไปรำตามด้วย ไม่ยาก แต่ไม่ถนัด อิ..อิ.. (สันทัดด้านการกิน)
มาถึงฝ่ายไทยเราบ้าง มียอมแพ้กัน รำไทยประยุกต์ชุดใหญ่เลย
ได้ดูครั้งแรกพร้อมคนญี่ปุ่นเหมือนกัน อลังการงานสร้างมากๆ
 
 
 หลังจากจบพิธี ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านโฮสเหมือนเดิม เริ่มเหนื่อยแล้ว
แต่คุณโทโมมิบอกว่าจะพาไปห้าง เอ…เราไม่ได้บอกว่าอยากซื้อของนะ
ระหว่างทางไปห้างก็ได้เห็นขบวนแห่
คุณโทโมมิถามคนแถวนั้นได้ความว่าเป็นการแห่ของเทศกาลดอกฟูจิ
เราคิดว่าเทศกาลวันเด็กผู้ชายซะอีก เเลยหยุดให้ลงไปถ่ายรูปเห็นไว้เป็นที่ระลึก โชคดีจัง…
 
 
 
ไปถึงห้างก็ไม่รู้ว่ามาซื้ออะไร ตอนแรกคิดว่าเค้าจะพามาเดินซุปเปอร์ซื้อของใช้
กลายเป็นว่าเค้าพาเดินตรงดิ่งไปยังร้านขายชุดกิโมโนเลย
แล้วก็หันมาบอกว่าให้เลือกชุดที่ชอบ คุณพ่อ คุณแม่ซื้อให้เป็นของขวัญ
โอ้แม่เจ้า….ไม่กล้าปฏิเสธเลย (เห็นราคาแล้วยิ่งไม่อยากเลือกใหญ่)
ไม่รู้ทำไงดี สุดท้ายก็ต้องเลือกจนได้
อืม… ขอบคุณนะค่ะ คุณพ่อคุณแม่ ใจดีกับนุชมากๆเลย
แวะถ่ายรูปสติ๊กเกอร์กับคุณโทโมมิด้วย แต่ว่าเราอ่านไม่ออก
ส่วนคุณโทโมมิก็ไม่เคยเล่นมาก่อน
สรุปว่า..เราได้สติ๊กเกอร์แบบเบสิคสุดๆ น่าอายจัง (เลยวัยแล้ว..)
เดินเที่ยวเกมส์เซ็นเตอร์ด้วย คิดถึงเห็งจัง ถ้ามาด้วยกันคงคีบแหลก อิ..อิ..
หลังจากนั้นก็ตรงไปยังบริษัทเช่ารถ พาเดินดูของสะสมของคุณพ่อ
เฮลิค็อปเตอร์ของจริงนะ รถสปอร์ตของคุณพี่ อิ..อิ.. แล้วก็บรรดารถต่างๆมากมาย
 
 
ฝนกำลังเริ่มจะตกแล้ว คุณโทโมมิเลยพากลับบ้าน เก็บของเรียบร้อย
ราก็มาชวนเตรียมอาหารเหมือนเคย ตอนแรกไม่รู้เมนูวันนี้คืออะไร
ช่วยหั่นผักไปเรื่อย สักพักคุณแม่บอกให้ไปอาบน้ำ วันนี้เราเลยสระผมด้วย
(รวมเมื่อวานหมักไว้ 2 วัน 1คืนแล้ว) ปรากฏว่า มื้อค่ำวันนี้คือ บาบิคิวแบบญี่ปุ่น
เค้าเรียกไรไม่รู้อ่ะ แต่ว่าเป็นของสดหลายๆอย่างเอามาย่าง ทานกับน้ำจิ้ม
ลองทานไปหลายอย่างเลย อิ่มโคตรๆ แถมท้ายด้วยนมสดรสกาแฟอีก รสนุ่มอร่อยดี อิ่มแล้วง่วงมากๆเกือบหลับกลางวงข้าว พรุ่งนี้ต้องกลับบ้านแล้ว…ยังไม่อยากกลับเลย
 
 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s